Description
อัลตราซาวด์แต่ละไตรมาสดูอะไรบ้าง?
การตรวจอัลตราซาวด์ในแต่ละช่วงอายุครรภ์ มีประเด็นที่สำคัญแตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 3 ไตรมาส
-
ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (เริ่มตั้งครรภ์ – อายุครรภ์ 14สัปดาห์) : ช่วงนี้จะเป็นการอัลตราซาวด์เพื่อยืนยัน การตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก(ไม่ใช่ท้องนอกมดลูก), ประเมินอายุครรภ์ และกำหนดวันคลอด และฟังเลียงหัวใจของทารกในครรภ์ได้
-
ไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 14 – 22สัปดาห์) : ช่วงนี้สำคัญมาก เป็นช่วงเวลาของการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินอวัยวะต่างๆ ของทารกในครรภ์ หรือเรียกว่า การอัลตราซาวด์ประเมินความสมบูรณ์ของทารก (Fetal anomaly scan) ตั้งแต่ศีรษะ แขน ขา อวัยวะภายในต่างๆ รวมไปถึงทราบเพศของลูกด้วย
-
ไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 28 – 32สัปดาห์ขึ้นไป) : ช่วงนี้จะเป็นช่วงทำน้ำหนักของทารกในครรภ์ การอัลตราซาวด์จะเน้นประเมินการเจริญเติบโตของทารก ดูน้ำหนักว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่, ปริมาณน้ำคร่ำ รก และเส้นเลือดสายสะดือ ซึ่งทั้งหมดสามาถบ่งบอกถึงสุขภาพของทารกในครรภ์ นอกจากนี้ใบหน้าของทารกจะชัดเจนขึ้น แนะนำให้ “อัลตราซาวด์ 4มิติ” ในช่วงนี้ได้เลย
อัลตราซาวด์ 2มิติ และ 4มิติ ต่างกันอย่างไร?
-
อัลตราซาวด์ 2มิติ (2D Ultrasound) : ภาพแสดงเป็นภาพสองมิติที่แสดงโครงร่างของทารก และส่วนต่างๆ ของร่างกาย จะใช้ในการตรวจวินิจฉัยและติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ภาพจะมีลักษณะเป็นขาว-ดำ
-
อัลตราซาวด์ 4มิติ (4D Ultrasound) : เป็นการนำภาพ 3มิติมาเรียงต่อกันจนได้ภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง โดยภาพที่ได้จะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันแบบเรียลไทม์(Real time) ซึ่งช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีโอกาสเห็นลักษณะการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ เช่น การหาว การยิ้ม ดูดนิ้ว ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภาพมีลักษณะเป็นสีเนื้อ

อัลตราซาวด์ 4มิติ ทำงานอย่างไร?
-
คุณหมอจะทำการทาเจลเย็นที่เป็นสื่อกลางของคลื่นเสียงความถี่สูงบริเวณท้องของคุณแม่
-
หลังจากนั้นจะใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่า “ทรานสดิวเซอร์ (Transducer)” ตรวจบริเวณท้องของคุณแม่
-
อุปกรณ์จะส่งคลื่นเสียงในบริเวณท้องผ่านไปยังบริเวณมดลูก แล้วสะท้อนกลับมายังหัวตรวจ
-
เครื่องตรวจจะทำการเก็บข้อมูลที่ได้จากคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมา แล้วแปลงเป็นภาพไปที่จอมอนิเตอร์
-
คุณแม่จะสามารถเห็นการเคลื่อนไหวและการแสดงสีหน้าของลูกผ่านจอมอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ และชัดเจน
อัลตราซาวด์ 4มิติ ควรตรวจตอนอายุครรภ์กี่สัปดาห์?
แนะนำให้ตรวจในช่วง 26 สัปดาห์เป็นต้นไป เพราะจะมีโอกาสมองเห็นหน้าของลูกได้อย่างชัดเจน แต่หากอายุครรภ์มากกว่า 35 สัปดาห์ขึ้นไปแล้วก็อาจจะเริ่มเห็นใบหน้าของลูกไม่ชัด เนื่องจากทารกเริ่มกลับหัวและเข้าสู่ช่องเชิงกรานแล้ว
อัลตราซาวด์ 4มิติ บอกอะไรได้บ้าง?
-
เพศของลูก
-
แขน ขา มือ เท้าและนิ้ว
-
ใบหน้าและอวัยวะต่างๆ บนใบหน้า
-
โครงสร้างกะโหลกศีรษะ สมอง หัวใจและการไหลเวียนเลือด
-
ตำแหน่งของทารก สายสะดือ และปริมาณน้ำคร่ำ
-
กระดูกสันหลัง กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และไต
-
การเจริญเติบโต และพัฒนาการของทารก
อัลตราซาวด์ 4 มิติราคาเท่าไร?
ค่าบริการตรวจอัลตราซาวด์ 4มิติ ภาพชัดเสมือนจริง ราคาโปรโมชั่น 2,250 บาท/ครั้ง รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้ว โดยคุณแม่จะได้รับไฟล์ภาพและวิดีโอทั้งหมดส่งทางแชทเพจ และรูปภาพสีขนาด A4


อัลตราซาวด์ MFM
อัลตร้าซาวด์ MFM หรืออัลตร้าซาวด์แบบละเอียด (MFM: Maternal-Fetal Medicine) คือการตรวจอัลตร้าซาวด์โดยสูติแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) เพื่อดูโครงสร้างของอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อยในครรภ์โดยละเอียด เช่น ความผิดปกติ หรือความพิการแต่กำเนิด รวมไปถึงความผิดปกติที่สัมพันธ์กับโรคทางโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม เป็นต้น ตลอดจนตรวจดูความสมบูรณ์ของรก และหลอดเลือดของทารกในกรณีที่คุณแม่มีความเสี่ยงสูง เพื่อที่คุณแม่และคุณพ่อจะได้ทราบความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นและสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพทารกได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
อัลตร้าซาวด์ MFM ตรวจอะไรบ้าง
การตรวจอัลตร้าซาวด์ MFM จะครอบคลุมการตรวจสอบอวัยวะต่างๆ ของทารกอย่างละเอียด เช่น:
-
ขนาดและการเจริญเติบโต: ตรวจสอบว่าทารกมีขนาดและน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่
-
หัวใจ: ตรวสอบการทำงานของหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และลิ้นหัวใจ
-
ช่องอก: ปอด และกระบังลม
-
สมอง: ตรวจสอบขนาดและโครงสร้างของสมอง รวมไปถึงรูปร่างของกะโหลกศีรษะ
-
ใบหน้า: โครงสร้างใบหน้า ความสมบูรณ์ของริมฝีปาก
-
กระดูกสันหลัง: ตรวจสอบความผิดปกติของกระดูกสันหลัง
-
ระบบทางเดินอาหาร: ตับ กระเพาะอาหาร ลำไส้
-
ระบบทางเดินปัสสาวะ: โครงสร้างไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ
-
ผนังท้อง: ตรวจสอบผนังหน้าท้องของทารก
-
มือและเท้า: ตรวจสอบจำนวนนิ้วมือและนิ้วเท้า
-
สายสะดือและรก: ตรวจสอบความสมบูรณ์และตำแหน่งของสายสะดือและรก
-
ปริมาณน้ำคร่ำ: ตรวจสอบปริมาณน้ำคร่ำที่ล้อมรอบทารก
-
กรณีครรภ์แฝด : ตรวจสอบภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์แฝด
นอกจากนี้ การฝากครรภ์ภายใต้การดูแลของคุณหมอ MFM ยังรวมไปถึงการประเมินภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ ‘ความเสี่ยงสูง’ เช่น ตั้งครรภ์แฝด ทารกที่มีภาวะเจริญเติบโตช้าในครรภ รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และรับประทานยาบางชนิดที่อาจส่งผลต่อทารก เป็นต้น
ทำไมต้องตรวจ MFM
-
ตรวจสุขภาพลูกน้อยอย่างละเอียด: ไม่เพียงแค่ดูใบหน้า แต่ยังตรวจสอบอวัยวะภายในทุกส่วน เพื่อค้นหาความผิดปกติแต่กำเนิดที่อาจเกิดขึ้นได้
-
วางแผนการดูแล: หากพบความผิดปกติ แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงที
-
ลดความเสี่ยง: ช่วยให้คุณแม่เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
ควรตรวจ MFM เมื่อไหร่ดี?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ MFM คือช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ แต่สามารถตรวจได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
หากคุณแม่ๆ สนใจเข้ามาอัลตราซาวด์ดูลูกน้อยในครรภ์ ติดต่อนัดหมายได้ที่โทรศัพท์ 092-969 5987 (ตามเวลาทำการคลินิก) หรือทางเพจเฟสบุ๊ค ฝากครรภ์รังสิต “ฤดีวัลย์คลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช” ได้เลยค่ะ




